Weekly Recap 7-11 September 2026
บทนำ
ตลาดการเงินในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะตัวเลข Non-Farm Employment Change (NFP) ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาทองคำ รวมถึงมีการวิเคราะห์แนวโน้มของสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin และน้ำมันดิบ ท่ามกลางการจับตานโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า
ประเด็นสำคัญ
1. ภาพรวมเศรษฐกิจและข่าวสาร
• ผลกระทบจากตัวเลข Non-Farm Employment Change (NFP): ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประกาศออกมาสูงกว่าคาดการณ์อย่างมาก (162K เทียบกับ 21K ที่คาดไว้) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรงกว่า 7,000 จุด หรือ 70 เหรียญสหรัฐฯ
• นโยบายการเงินของ Fed: แม้เศรษฐกิจจะแสดงสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงมุ่งเน้นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ภายใต้ระดับ 2% ซึ่งเป็นจุดยืนที่ขัดแย้งกับความต้องการของบางฝ่ายที่ต้องการให้มีการลดอัตราดอกเบี้ย
• สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: สงครามยูเครน-รัสเซียยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนในตลาด โดยเฉพาะหลังจากการโจมตีโรงงานเหล็กกล้าของยูเครนด้วยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก
• ข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง: สัปดาห์หน้าจะมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ประกอบการตัดสินใจนโยบาย
2. การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับสินทรัพย์หลัก
ทองคำ (XAUUSD):
• ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรงหลัง NFP แต่มีการรีบาวด์เล็กน้อย
• แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,450 บาทต่อบาททองคำ หากไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ฝั่งขายยังคงได้เปรียบ
• มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,350 และ 4,315 บาทต่อบาททองคำ
• จุดควบคุมความเสี่ยง (Stop Loss) แนะนำที่ 4,280 บาทต่อบาททองคำ
• คำแนะนำ: เก็งกำไรตามปัจจัยทางเทคนิค เน้นการขายเมื่อใกล้แนวต้าน และซื้อเมื่อใกล้แนวรับ โดยระวังการทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low)
Bitcoin (BTCUSD):
• จากการวิเคราะห์เชิงสถิติย้อนหลัง พบว่า Bitcoin อาจอยู่ในช่วงพักฐานจนถึงประมาณวันที่ 10 ตุลาคม
• คาดการณ์ว่าหลังจากนั้นจะเริ่มรอบการปรับตัวขึ้นครั้งใหม่ และอาจปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 120,000 – 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2027 โดยมีรูปแบบ Inverse Head and Shoulders เป็นสัญญาณสนับสนุน
• แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 82,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ
น้ำมันดิบ (USOILUSD):
• ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways กว้างๆ ระหว่าง 88-96 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
• ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
• คำแนะนำ: ควรใช้กลยุทธ์ “Wait and See” (รอคอยและสังเกตการณ์) จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่ชัดเจน
สรุป
ตลาดการเงินในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากหลากหลายปัจจัย ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ นโยบายการเงินของ Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผนการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่การชี้นำ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบในการลงทุนทุกประเภท
#Fiducenterz #RealFactorTheory #Forex #Trading #Fed #Bitcoin #BTCUSD #EURUSD #GBPUSD #USOUSD #Gold #XAUUSD #CrudeOil #DXY #ดัชนีดอลลาร์ #วิเคราะห์ตลาดการเงิน #ตัวเลขการจ้างงาน #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดโลก #ทองคำ #น้ำมัน #ธนาคารกลางสหรัฐ #ประธานาธิบดีทรัมป์ #News
หลักสูตรพัฒนาทักษะการเทรด Real Factor Theory
ลิงค์สำคัญของสถาบัน…เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่าย
เกี่ยวกับสถาบัน
สมัครใช้งานระบบพี่เลี้ยงอัจฉริยะ I-FIDUS Ultimate ใช้งานบนเทรดดิ้งวิว (Trading View) มีนักลงทุนในประเทศไทยใช้งานอย่างแพร่หลาย
ต้องการสมัครสมาชิกพรีเมี่ยม รับบทวิเคราะห์และแผนการลงทุนรายวัน วีดีโอและตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายทำกำไรได้จริง โดยจะบอกจุดเข้าทำกำไร Stop loss (SL) และ Target Profit (TP) รวมถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาที่เป็นนัยสำคัญ
คุณสามารถติดตามเราและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.fiducenterz.com
Facebook : www.facebook.com/fiducenterz
Instagram : https://www.instagram.com/fiducenterz/
X : https://x.com/fiducenterz
Linkedin : www.linkedin.com/in/fiducenterz
TikTok : @fiducenterz




Leave a Reply