คดีพลิก! เมื่อเฟดออกตัวแรงในการปรับอัตราดอกเบี้ย

Daily News 24 July 2026

บทนำ

กราฟราคาที่ร่วงลงและคำว่า “MARGIN CALL” ซึ่งสื่อถึงภาวะความเสี่ยงในการลงทุนที่อาจเกิดขึ้น ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นภาพครอบครัวที่กำลังเดินไปข้างหน้า สื่อถึงเจตนารมณ์ของเนื้อหาที่ต้องการให้ความรู้เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีและมั่นคงยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญ

ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อตลาด

• ท่าทีแข็งกร้าวของ Fed ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย: สมาชิกธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) บางท่าน เช่น คุณฮอว์กินส์ และคุณคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ แสดงท่าทีที่ค่อนข้าง “ออกตัวแรง” โดยส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง (ครั้งละ 50 bps) ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก (Polymarket ประเมินโอกาสปรับขึ้น 2 ครั้งที่ 33%, 1 ครั้งที่ 32%, และ 0 ครั้งที่ 31%)

• ผลกระทบต่อราคาทองคำ: ความเห็นดังกล่าวของ Fed ทำให้ตลาดเกิดความตื่นตระหนก ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยหลุดแนวรับสำคัญที่เคยทะลุขึ้นไปได้ และกลับลงมาเคลื่อนไหวในแนวรับเดิม

• ปฏิทินเศรษฐกิจ: แม้ในวันนี้ (วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม) จะไม่มีปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศ แต่ประเด็นเรื่องการดำเนินนโยบายของ Fed ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนจับตาและมีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาด

ปัจจัยทางเทคนิคและการวิเคราะห์ราคาทองคำ (กรอบเวลา 1 ชั่วโมง)

• การร่วงลงของราคา: ราคาทองคำร่วงลงอย่างรวดเร็วหลังข่าว Fed โดยเกิดสัญญาณ “Strong Bearish Divergence” (ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ทำจุดสูงสุดต่ำลง)

• แนวรับที่ถูกทำลายและการฟื้นตัว: ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 4120 และ 4039 ลงไปพักฐานที่ 4024 ซึ่งเป็น Order Block เดิม ก่อนที่จะสามารถกลับมายืนเหนือแนวรับ 4040 ได้อีกครั้ง และเกิดสัญญาณ “Strong Bullish Divergence” (ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ทำจุดต่ำสุดสูงขึ้น)

• กลยุทธ์การเทรด:

• จังหวะเก็งกำไรขาขึ้น (Buy): หากราคาสามารถยืนเหนือ 4039 ได้หลังจากสร้าง Swing Low จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ โดยมีเป้าหมายที่แนวต้าน 4120

• จังหวะเก็งกำไรขาลง (Sell): หากราคาดีดตัวขึ้นไปเพื่อเก็บสภาพคล่อง (liquidity) ในโซน Fair Value Gap บริเวณ 4069-4071 และเกิดการสร้าง Swing High ก็จะเป็นจังหวะในการเข้าขาย

• การคาดการณ์ทิศทาง: คาดว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบโซน 4069-4071 เพื่อเก็บสภาพคล่อง ก่อนที่จะย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ 4039 อีกครั้ง

• การบริหารความเสี่ยง:

• หากเข้าซื้อ (Buy) และราคาสามารถยืนเหนือ 4039 ได้ สามารถกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 4023

• หากราคาหลุดแนวรับ 4023 ลงไป แนวรับถัดไปที่ต้องจับตาคือ 4000 และ 3976

• ข้อควรระวัง: ควรหลีกเลี่ยงการถือออเดอร์ข้ามสัปดาห์ เนื่องจากตลาดอาจมีความผันผวนสูงจากถ้อยแถลงของ Fed หรือประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดไม่ถึง (เช่น กรณีของโดนัลด์ ทรัมป์)

สรุป

สถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนว่าฝั่ง Sell (ขาลง) จะยังคงมีความได้เปรียบมากกว่าในวันนี้ อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ ก็ยังคงมีโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy) ตามจังหวะการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) เพื่อทำกำไรระยะสั้น ก่อนที่จะพิจารณาขายทำกำไรอีกครั้งเมื่อราคาขึ้นไปถึงแนวต้านที่สำคัญ

#Fiducenterz #RealFactorTheory #Forex #Trading #Fed #Bitcoin #BTCUSD #EURUSD #GBPUSD #USOUSD #Gold #XAUUSD #CrudeOil #DXY #ดัชนีดอลลาร์ #วิเคราะห์ตลาดการเงิน #ตัวเลขการจ้างงาน #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดโลก #ทองคำ #น้ำมัน #ธนาคารกลางสหรัฐ #ประธานาธิบดีทรัมป์ #News

หลักสูตรพัฒนาทักษะการเทรด Real Factor Theory

ลิงค์สำคัญของสถาบัน…เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่าย

เกี่ยวกับสถาบัน
สมัครใช้งานระบบพี่เลี้ยงอัจฉริยะ I-FIDUS Ultimate ใช้งานบนเทรดดิ้งวิว (Trading View) มีนักลงทุนในประเทศไทยใช้งานอย่างแพร่หลาย

ต้องการสมัครสมาชิกพรีเมี่ยม รับบทวิเคราะห์และแผนการลงทุนรายวัน วีดีโอและตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายทำกำไรได้จริง โดยจะบอกจุดเข้าทำกำไร Stop loss (SL) และ Target Profit (TP) รวมถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาที่เป็นนัยสำคัญ

คุณสามารถติดตามเราและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Website : www.fiducenterz.com

Facebook : www.facebook.com/fiducenterz

Instagram : https://www.instagram.com/fiducenterz/

X : https://x.com/fiducenterz

Linkedin : www.linkedin.com/in/fiducenterz

TikTok : @fiducenterz

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *