Daily News 4 August 2026
บทนำ
สรุปภาพรวมและแนวโน้มตลาดในปัจจุบัน โดยวิเคราะห์จากทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เพื่อให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี และตลาดน้ำมัน พร้อมคำแนะนำสำหรับการเทรดในระยะสั้นที่เน้นการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis):
• ISM Manufacturing PMI (สหรัฐฯ): ตัวเลขประกาศออกมาที่ 55.6 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ 53.8 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
• การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน: การประกาศเจรจาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงทันที 7% และหนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น
• ราคาทองคำ: ในช่วงเช้าวันนั้นราคาทองคำแท่งปรับตัวขึ้น 150 บาท มาอยู่ที่ 64,200 บาท
• หุ้นกลุ่ม Big Tech: หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Meta, Amazon, และ Nvidia มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นที่ 3%, 6%, และ 4.6% ตามลำดับ ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq พุ่งเข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)
• Non-Farm Payroll (NFP): ตลาดกำลังจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed โดยมีผลกระทบดังนี้:
• หาก NFP แข็งแกร่ง: ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น และราคาทองคำจะปรับลดลง
• หาก NFP อ่อนแอ: ดอลลาร์จะอ่อนค่าลง และราคาทองคำจะปรับตัวขึ้น
• การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed: จากข้อมูล ISM ที่แข็งแกร่ง ทำให้ตลาดประเมินโอกาสที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนสูงถึง 60%
2. ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis):
ทองคำ (XAUUSD):
• ราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่าง 4,000 – 4,114 จุด
• กรอบการเคลื่อนไหวแคบลงในช่วงสัปดาห์นี้ อยู่ระหว่าง 4,028 – 4,078 จุด
• ตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ (NFP) เพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน • กลยุทธ์: แนะนำให้เก็งกำไรในกรอบแคบๆ (ประมาณ 3,000 จุด) โดยมีเส้นแบ่งแดนที่ 4,050 จุด หากต้องการเปิดสถานะขาย (Sell) ควรเข้าใกล้ระดับ 4,080 จุด เพื่อควบคุมความเสี่ยง
Bitcoin (BTCUSD):
• ราคากำลังพยายามยืนเหนือกรอบ 63,500 จุด
• โอกาส: หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่จะ Rally ขึ้นไปปิด Equilibrium ที่ 70,400 จุด (ประมาณ 7,000 จุด)
• การควบคุมความเสี่ยง: ไม่ควรปล่อยให้ราคาต่ำกว่า 61,400 จุด (ความเสี่ยงประมาณ 2,000 จุด)
• อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-Reward Ratio): อยู่ที่ประมาณ 1:3.5 ซึ่งน่าสนใจสำหรับฝั่งซื้อ
น้ำมัน (USOIL):
• ราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง (Gap Down) จากข่าวการเจรจาอิหร่าน ซึ่งเป็นลักษณะของ Breakaway Gap บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง
• กลยุทธ์: หาจังหวะเปิดสถานะขาย (Sell) โดยควบคุมความเสี่ยงที่ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
• เป้าหมาย (Take Profit): กำหนดไว้ที่ 79.50, 76, 73, 70, และ 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ
• จุดสำคัญ: ราคาต้องทำ New Low ต่ำกว่า 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลให้ได้ เพื่อยืนยันแนวโน้มขาลง
สรุป
โดยรวมแล้วตลาดจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Sideways และอยู่ในช่วงสะสมทิศทาง (Consolidation) จนกว่าจะมีปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะรายงาน Non-Farm Payroll (NFP) เข้ามากำหนดทิศทางที่ชัดเจน ผู้บรรยายแนะนำให้เก็งกำไรในกรอบสั้นๆ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์จาก FIDUCENTERZ Daily ทุกวันอังคาร-ศุกร์ และ Weekly Recap ทุกวันจันทร์ เวลา 18:00 น. เพื่ออัปเดตสถานการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่อง
#Fiducenterz #RealFactorTheory #Forex #Trading #Fed #Bitcoin #BTCUSD #EURUSD #GBPUSD #USOUSD #Gold #XAUUSD #CrudeOil #DXY #ดัชนีดอลลาร์ #วิเคราะห์ตลาดการเงิน #ตัวเลขการจ้างงาน #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดโลก #ทองคำ #น้ำมัน #ธนาคารกลางสหรัฐ #ประธานาธิบดีทรัมป์ #News
หลักสูตรพัฒนาทักษะการเทรด Real Factor Theory
ลิงค์สำคัญของสถาบัน…เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่าย
เกี่ยวกับสถาบัน
สมัครใช้งานระบบพี่เลี้ยงอัจฉริยะ I-FIDUS Ultimate ใช้งานบนเทรดดิ้งวิว (Trading View) มีนักลงทุนในประเทศไทยใช้งานอย่างแพร่หลาย
ต้องการสมัครสมาชิกพรีเมี่ยม รับบทวิเคราะห์และแผนการลงทุนรายวัน วีดีโอและตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายทำกำไรได้จริง โดยจะบอกจุดเข้าทำกำไร Stop loss (SL) และ Target Profit (TP) รวมถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาที่เป็นนัยสำคัญ
คุณสามารถติดตามเราและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.fiducenterz.com
Facebook : www.facebook.com/fiducenterz
Instagram : https://www.instagram.com/fiducenterz/
X : https://x.com/fiducenterz
Linkedin : www.linkedin.com/in/fiducenterz
TikTok : @fiducenterz





Leave a Reply