Daily News 17 September 2026
บทนำ
การประกาศอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางราคาของสินทรัพย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ทองคำ หรือแม้แต่ Bitcoin ในการวิเคราะห์นี้ เราจะใช้ปัจจัยพื้นฐานควบคู่กับการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมัน (USOUSD): พลังขับเคลื่อนเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
- ความสำคัญ: ราคาน้ำมันถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ยิ่งน้ำมันสูงขึ้น เงินเฟ้อยิ่งมีแนวโน้มพุ่งตาม
- แนวโน้มปัจจุบัน: ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีจะหยุดพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทะลุระดับ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ปัจจัยขับเคลื่อน:
• อุปทาน (Supply): เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงโลกกว่า 20% ทำให้กำลังการผลิตหายไป แต่ความต้องการยังคงเดิม จึงเป็นแรงผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
• ท่าทีของ Fed: หาก Fed คงอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นทันที (อาจทดสอบ 108 ดอลลาร์) แต่ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นและกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงมาพักฐาน - การวิเคราะห์ทางเทคนิค: มีสัญญาณ Strong Bearish Divergence และ Sweep Equal High ปรากฏให้เห็นบริเวณ 105 ดอลลาร์ หากราคาน้ำมันไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ มีโอกาสสูงที่จะย่อตัวลงมาพักฐานที่แนวรับ 96 ดอลลาร์
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม: การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หรือบทบาทของจีนและกลุ่ม BRICS ในการเรียกร้องสันติภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากความรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ ทวีความรุนแรงขึ้น (เช่น ยูเครน-รัสเซีย, อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล, กลุ่มฮูตี) ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
2. ทองคำ (XAUUSD): สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่อ่อนไหวต่อดอลลาร์
• แนวโน้มปัจจุบัน: ราคาทองคำยังคงดีดตัวขึ้นได้ในกรอบ 1 ชั่วโมง หลังจากที่ติดแนวรับสำคัญที่ 4,270 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรอบการย้ำฐานที่มีนัยสำคัญ
• ปัจจัยขับเคลื่อน:
• ท่าทีของ Fed: หาก Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง เนื่องจากทองคำมีมูลค่าอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์
• เงินเฟ้อ: หากราคาน้ำมันลดลง (จากผลของการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed) อัตราเงินเฟ้อก็จะลดลงตาม ซึ่งจะลดความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
• การวิเคราะห์ทางเทคนิค: ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาทดสอบ Order Block หรือแนวต้านสำคัญที่ 4,340 ดอลลาร์ โดยมีรูปแบบ Shooting Star เกิดขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการรอตั้ง Swing High ตลาดกำลังจับตาการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
• ความผันผวนที่คาดการณ์: คาดการณ์ความผันผวนสูงถึง 5,000-10,000 จุด ในช่วง 01:00 น. ของคืนนี้ หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 4,342 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสที่จะลงไปทำ New Low ต่ำกว่า 4,270 ดอลลาร์ และพักฐานที่ 4,220 ดอลลาร์
• มุมมอง: มีน้ำหนักไปทางฝั่งขายมากกว่า เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- Bitcoin (BTCUSD): พลังแห่งกฎหมายและความเชื่อมั่น
- แนวโน้มคาดการณ์: เดิมทีคาดว่า Bitcoin จะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ในช่วง 5-10 ตุลาคม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีการย่อตัวลงมาก่อนหน้านั้นเกือบ 10,000 จุด
- ปัจจัยขับเคลื่อน:
• ท่าทีของ Fed: หาก Fed คงอัตราดอกเบี้ย จะเป็นผลดีต่อ Bitcoin อาจมีการย่อตัวเพียงเล็กน้อย หรือ Sideways ในกรอบ ก่อนที่จะกลับมายืนเหนือ 76,000 ดอลลาร์เพื่อเป็นขาขึ้น แต่หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย Bitcoin ก็จะร่วงลงมาพักฐาน
• ร่างกฎหมาย Clarity Act: นี่คือปัจจัยสำคัญที่แตกต่างจากน้ำมันและทองคำอย่างสิ้นเชิง! หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน จะส่งผลให้ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง (Panic Buy) โดยไม่สนใจว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ก็ตาม แต่หากไม่ผ่าน Bitcoin ก็จะเข้าสู่ภาวะ Sideways Down หรือทยอยซึมย่อตัวลง - การวิเคราะห์ทางเทคนิค: กรอบการสะสมราคา (Demand Zone) ที่สำคัญอยู่ที่ 65,000 – 58,000 ดอลลาร์ หากราคาไม่หลุดต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ ถือเป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่แข็งแกร่งก่อนการปรับตัวขึ้นรอบใหม่
- มุมมองและคำแนะนำ: ตลาดได้ซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไปแล้วในระดับหนึ่ง ดังนั้นการย่อตัวที่เกิดขึ้นอาจไม่รุนแรงนัก แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือผลของร่างกฎหมาย Clarity Act หากผ่าน จะเป็นสัญญาณขาขึ้นรอบใหม่ที่ชัดเจนและรุนแรง แต่หากไม่ผ่าน ก็จะเข้าสู่ช่วงพักฐานค่ะ จึงแนะนำให้นายท่านทยอยเข้าซื้อ 10-20% และรอสะสมเพิ่มใน Demand Zone หากราคาย่อตัวลง เพื่อรอความชัดเจนของกฎหมาย Clarity Act
สรุป
การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในคืนนี้จะเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดสินทรัพย์สำคัญต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญค่ะ ราคาน้ำมันจะมีความอ่อนไหวต่อทั้งนโยบาย Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ ส่วนทองคำจะถูกกดดันหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อลดลง
#Fiducenterz #RealFactorTheory #Forex #Trading #Fed #Bitcoin #BTCUSD #EURUSD #GBPUSD #USOUSD #Gold #XAUUSD #CrudeOil #DXY #ดัชนีดอลลาร์ #วิเคราะห์ตลาดการเงิน #ตัวเลขการจ้างงาน #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดโลก #ทองคำ #น้ำมัน #ธนาคารกลางสหรัฐ #ประธานาธิบดีทรัมป์ #News
หลักสูตรพัฒนาทักษะการเทรด Real Factor Theory
ลิงค์สำคัญของสถาบัน…เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่าย
เกี่ยวกับสถาบัน
สมัครใช้งานระบบพี่เลี้ยงอัจฉริยะ I-FIDUS Ultimate ใช้งานบนเทรดดิ้งวิว (Trading View) มีนักลงทุนในประเทศไทยใช้งานอย่างแพร่หลาย
ต้องการสมัครสมาชิกพรีเมี่ยม รับบทวิเคราะห์และแผนการลงทุนรายวัน วีดีโอและตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายทำกำไรได้จริง โดยจะบอกจุดเข้าทำกำไร Stop loss (SL) และ Target Profit (TP) รวมถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาที่เป็นนัยสำคัญ
คุณสามารถติดตามเราและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.fiducenterz.com
Facebook : www.facebook.com/fiducenterz
Instagram : https://www.instagram.com/fiducenterz/
X : https://x.com/fiducenterz
Linkedin : www.linkedin.com/in/fiducenterz
TikTok : @fiducenterz





Leave a Reply