Daily News 23 October 2026
บทนำ
สถานการณ์ตลาดปัจจุบันกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักจากปัจจัยพื้นฐานหลายประการ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่าง AI ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อทิศทางของสินทรัพย์สำคัญอย่างน้ำมันดิบ ทองคำ และ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
1. ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด:
• ราคาน้ำมัน: ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย และการที่สหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานทูตในซาอุฯ รวมถึงความกังวลว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
• อัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ และ IMF คาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026-2027 และอาจลากยาวไปถึงปี 2030 ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
• ความผันผวนของตลาด: ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ได้สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดทองคำ น้ำมัน และ Bitcoin โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน
2. การวิเคราะห์ทางเทคนิครายสินทรัพย์:
• น้ำมันดิบ WTI (USOIL): ราคาน้ำมันได้เกิดรูปแบบ “Diamond Pattern” ซึ่งเป็นรูปแบบการเลือกทิศทาง และได้ Breakout พร้อม Retest ไปแล้วในช่วงกลางดึก โดยมีการกำหนดเป้าหมาย (TP) เป็น 3 ระดับตามความกว้างของรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ผู้บรรยายเตือนว่า TP3 อาจเป็นไปได้ยากเนื่องจากแรงกดดันจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
• ทองคำ (XAUUSD): หลังจากปรับตัวลงมาปิดเป้าหมายที่ 4,030 บาทและเกิด Technical Rebound ราคาทองคำได้แสดงรูปแบบ “Descending Triangle” (สามเหลี่ยมขาลง) ในกราฟ Day ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นขาลง ราคาได้ Breakout และ Retest แนวรับสำคัญที่ 3,950 บาทแล้ว หากราคาหลุดแนวรับนี้ มีโอกาสพักฐานลึกไปถึงโซน 3,500-3,200 บาท โดยรวมแล้วแนวโน้มฝั่งขายยังคงได้เปรียบ และการซึมตัวของทองคำจะยังคงอยู่ตราบเท่าที่ราคาน้ำมันยังปรับตัวลง (ซึ่งดูเหมือนจะขัดแย้งกับปัจจัยพื้นฐานที่ราคาน้ำมันกำลังปรับตัวสูงขึ้น)
• Bitcoin (BTCUSD): Bitcoin ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI และยังคงรักษาระดับแนวรับสำคัญที่ 81,300-81,500 ดอลลาร์ไว้ได้ แสดงรูปแบบ “Rally-Base-Rally” ที่บ่งชี้ถึงการต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น หากราคาไม่หลุดต่ำกว่า 79,500 ดอลลาร์ ก็ยังมีโอกาสดีดตัวขึ้น แต่หากหลุดอาจลงไปทดสอบระดับ 77,000 ดอลลาร์ หรือ 66,750 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ Bitcoin ในปีหน้ายังคงดูเป็นบวก จากอิทธิพลของอัตราเงินเฟ้อและการเร่งผลักดันนโยบายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ
สรุป
ตลาดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและผันผวนสูง โดยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังผลักดันเงินเฟ้อและกระตุ้นให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์หลายประเภท สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค น้ำมันดิบมีแนวโน้มขึ้นหลังจาก Breakout Diamond Pattern ขณะที่ทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาลงตามรูปแบบ Descending Triangle และอาจพักฐานลึกหากหลุดแนวรับสำคัญ ส่วน Bitcoin กลับโดดเด่นได้รับอานิสงส์จาก AI และมีแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น จึงเป็นช่วงที่นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
#Fiducenterz #RealFactorTheory #Forex #Trading #Fed #Bitcoin #BTCUSD #EURUSD #GBPUSD #USOUSD #Gold #XAUUSD #CrudeOil #DXY #ดัชนีดอลลาร์ #วิเคราะห์ตลาดการเงิน #ตัวเลขการจ้างงาน #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดโลก #ทองคำ #น้ำมัน #ธนาคารกลางสหรัฐ #ประธานาธิบดีทรัมป์ #News
หลักสูตรพัฒนาทักษะการเทรด Real Factor Theory
ลิงค์สำคัญของสถาบัน…เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่าย
คุณสามารถติดตามเราและปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.fiducenterz.com
Facebook : www.facebook.com/fiducenterz
Instagram : https://www.instagram.com/fiducenterz/
X : https://x.com/fiducenterz
Linkedin : www.linkedin.com/in/fiducenterz
TikTok : @fiducenterz




Leave a Reply